เพื่อน

posted on 10 Jul 2008 22:04 by i-am-human

เมื่อเราขึ้นมหาลัย หรือเป็นผู้ใหญ่ไปแล้ว ถามว่า คุณจำเพื่อนแก๊งไหนได้ดีที่สุด

ทุกคนตอบเหมือนกัน "มัธยม" ผมลองถามจากความคิดพ่อดู

พ่อก็บอกว่า เนี่ยแหละ วัยรุ่นช่วงนี้กำลังซ่า

ผมก็บอกไปอีกว่า"ห้องผมมีกลุ่มนึงโดดประจำเลย"

พ่อเลยบอกว่า"ก็ใช่ แก๊งไหนโดด ก็โดดประจำ แล้วก็มีแก๊งคุย คุยมันทั้งคาบ

แก๊งหัวเราะ มันก็หัวเราะอยู่นั่น แก๊งตั้งฉายาอาจารย์ก็ตั้งไป แล้วก็แก๊งพระ ประมาณสัก

2-3คน ไครจะทำอะไร โวยวาย วุ่นวาย เสียงดัง กุ(ศัพท์สมัยพ่อครับ)ก็ไม่สนใจ

ใครจะทำอะไรเป็นอะไรกุก็นั่งอยู่เฉ้ยๆ ปล่อยใจตามสบาย "แล้วก็พูดอ้างอิงไปถึง

ครูปกครองที่โรงเรียนว่าโหดพ่อก็ได้ระบายอีกว่า"ก็งี้แหละ เพื่อนที่จำได้ดีที่สุดก็

เพื่อนมัธยม ส่วนครูที่จำได้ดีที่สุดก้ครูฝ่ายปกครองนี้แล้" แล้วผมก็เจอพี่คนนึงที่

เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนผม อายุประมาณ25 เจอผมครั้งแรกถามเลย"ครู...ยังอยู่มั้ย

 โหยสมัยพี่กลัวแทบตาย สมัยนั้นพี่มีฉายาของอาจาร์ด้วยนะ ก็ว่าไป"

แล้ว การที่คุณจะมีเพื่อนสนิทได้ คุณจะต้องมีความบ้าในสิ่งที่้หมือนกัน อย่างผม 

มีเพื่อนสนิทสามคน คนแรกผมกับมันบ้าคอม บ้าเว็บ คนที่สอง บ้าผจญภัย บ้าความกันดาร

คนที่สาม บ้ากีฬา เล่นมันทุกอย่าง เห็นอันนี้ก็ชวนกันเล่น อันนั้นก็ซื้อให้หมด

เพื่อนสนิทจะมีสิ่งที่เหมือนกัน ยกเว้นคนรัก(เท่านั้น) คนรักจะมีแต่สิ่งตรงข้ามกัน

เสมอเพื่อความลงตัว  ลองดูดีๆ  

อ้าว เรื่องเพื่อนจบ ซะงั้น 

เรามา "อิจฉา" กันเถอะ

posted on 08 Jul 2008 23:42 by i-am-human
เรามา "อิจฉา" กันเถอะ

  อิจฉา คืออะไร หลายคนก็รู้ๆความในมันอยู่แล้ว ดังนั้นผมจะไม่ขอกล่าวถึงความหมาย
ผมก็เคยอิจฉา และบ่อยซะด้วยสิ แต่ผมใช้ความอิจฉานั้นให้เป็นประโยชน์ และมันก็เป็นประโยชน์ซะด้วย
 ครั้งแรกที่ผมใช้ความอิจฉาเป็นประโยชน์ คือผมเล่นเว็บนึง และพบว่า เว็บนั้นเขาเขียนได้ดีจริงๆ และคนก็เข้าชม เยอะซะด้วย
ดูเป็นสังคมที่อบอุ่น ผมอยากมีเว็บที่อบอุ่นอย่างนี้บ้าง และอยากให้คนเข้ามาชม และมีส่วนร่วมกับเว็บของผมมาก
แต่ผมทำไม่เป็น! ตั้งแต่นั้นมา ทำให้ผมศึกษาการทำเว็บ จนทำให้คอมเก่งคอมโดยไม่รู้ตัว นี้แหละคือประโยชน์ที่ผมได้รับ
 ถึงจะไม่ได้ทำความตั้งใจให้สำเร็จ แต่ผมก็พอใจแล้ว สำหรับประสบการณ์ที่ได้รับ

 การอิจฉาเรื่องที่สองของผม ผมอิจฉาเพื่อนคนนึง เขาเก่งวิชาการมาก และทำให้เพื่อนๆต่างยอมรับในความสามารถของเขา
และผม ซึ่งไม่คิดว่า ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้นั้น ก็อิจฉาเขามาก แต่ไช่ว่าผมจะไปดึงเขาให้จมลงหรอกนะ แต่ว่า ผมต้องแข่ง
กับเขา และเอาชนะเขาให้ได้ ถึงจะรู้ว่า เป็นไปได้ยาก แต่ก็ไช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ถึงจะมีโอกาสแค่ 1% ผมก็จะลอง หากเป็นพลังของความอิจฉาที่กำลังผลักดันผมในตอนนั้น
 และแล้ว ผมก็เรียนๆ และดูดเอาข้อมูลที่เขารู้ มาเก็บในสมองให้หมด เพื่อปรับดุลความรู้ต่างๆก่อน และแล้ว ผมก็ทำไม่สำเร็จตามเคย แต่ ผมก็ได้ความสามารถทางวิชาการ
และความชอบวิชาการมาเป็นรางวัลปลอมใจ

หลายคนเคยอิจฉา หลายคนเกลียดคนขี้อิจฉา แต่บทความนี้ เรามาใช้ความอิจฉาในตัวเรา
ให้เป็นประโยชน์ดีกว่า

 ผมมีวิธีง่ายๆในการทำความอิจฉาให้เป็นประโยชน์ แต่การจะทำได้ เราต้องฝึกความอด และฝึกการรอคอยด้วย
เพราะเรื่องพวกนี้ ใจร้อนไม่ได้

 วิธีง่ายๆคือ จงอิจฉาให้ถึงที่สุด และเก็บอาการนั้นไว้ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการผลักดันตัวเอง เพื่อให้คนที่เราอิจฉา อิจฉาเราบ้างให้ได้
โดยการที่จะทำอย่างนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องไม่ทำให้คนที่เราอิจฉาต้องแย่ลง เช่นการไปดึงเขาลงมาหาเรา แต่ให้เราปีนขึ้นไปหาเขา จะดูน่ากลัวและน่าภูมิใจกว่ากันเยอะ

 การปีนขึ้นไปหาเขานั้น เราต้องพยายามศึกษาข้อมูล และสืบเทคนิคของเขาให้ได้ว่า เขาใช้วิธีอะไร ถึงได้ไปถึงระดับนั้นได้ จากนั้น เราก็ลองนำเทคนิคมาปรับใช้กับตัวเอง และเมื่อเราเทียบชั้นได้แล้ว ต่อไป ถึงคิวเราแซงบ้างแล้ว

หากเราได้มีคู่แข่ง จะทำให้เรามีใจที่อยากจะปีนขึ้นไปอีกมากกว่าการอยู่ที่สูงๆ เพียงคนเดียวจริงไปมล่ะ


ปพนธนัย เขียน

เถียง,ทะเลาะกันทำไม

posted on 08 Jul 2008 17:17 by i-am-human

     หลายครั้งที่เรามักจะเห็นคนทะเลาะกัน ผมเองก็มีเรื่องแบบนี้เข้ามาในชีวิตบ่อยๆ

บางครั้งเราก็รู้สึกว่าคนๆนั้น ผิดเอามากๆ แต่พอเราติเตียนเค้าก็ทำไม่สนใจ

ไอ้เราก็ยิ่งชักฉุนคำพูดเริ่มกระโชกโฮกฮาก ถ้ายังไม่เคลียร์ สงสัยมันต้องใช้กำลัง

    แต่เมื่อเรามานั่งๆนอนๆคิดแล้ว เออ ถ้าเรารู้จักยอมให้กับคนนั้นสักนิดนึง เรื่องก็คงไม่

บานปลายหรอก เค้าคนนั้นก็เป็นคนที่เรารักและเค้าก็รักเรา แต่เราใช้เพียงอารมณ์

ชั่ววูบอาจเพราะเรายังไมเคยชินและอาจเป็นเพราะความรำคาญ ทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต

เรื่องบางอย่างอาจเป็นเรื่องใหญ่มากและคิดว่าคงไม่มีทางจะยกโทษให้ได้

ของพูดว่า "เออ เราผิดเองแหละ ขอโทดนะ อย่าคิดถึงเรื่องนี้อีกเลย" Forgive And Forgot

ยกโทษแล้วก็ลืมมันไปซะ แค่นี้แหละ เราต้องรู้จักยอม

[มีครอบครัวอยู่สองครอบครัว มีพ่อแม่พี่น้อง ออกจากบ้านลืมล็อกประตู พอกลับบ้านมาโดน

โจรขโมยของไปหมด ] 

 ครอบครัวแรกก็โทษกันใหญ่ "ลูกหนะออกจากบ้านคนสุดท้ายทำไมไม่ล็อค

" "ก็ผมนึกว่าแม่ออกยังไม่ออกมาหนิ" "แล้วพ่อหละนั่งอ่านแต่หนังสือไม่ดูอะไรเลย" "อ้าว หน้าที่

ใครปิดหละ"

ครอบครัวที่สอง "แม่ขอโทษนะลูกที่แม่ออกมาแล้วไม่ได้ดู" "ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเองก็ลืมไปเหมือนกัน"

"พ่อผิดเองแหละทุกคน"

แล้วคุณคิดว่าครอบครัวไหนจะมีความสุขและความเข้าใจกว่ากัน

 

 

แต่พอคนอื่นไม่ยอมเรา เราก็จะยิ่งฉุน

บอกไปเลย"เลิกทะเลาะกันเถอะ" การทะเลาะก็แค่อยากให้คนอื่นได้รู้เหตุผลที่ดีกว่าเท่านั้นเอง

   การทะเลาะกันเป็นการปรับความเข้าใจ(ที่ผิด)

ยังมีการปรับความเค้าใจอีกวิธี เปิดอกพูดกันไปเลย "เธอ เราขอให้เธอปรับตัวเรื่องนึงได้มั้ย...ก็ว่าไป"

แค่นี้แหละ  อ่านจบแล้วบอกให้คนที่คุณกำลังทะเลาะอ่านด้วยว่า "เลิกทะเลาะกันเถอะ อ่านนี่ซะ"

อย่าทะเลาะกันเลยนะครับ น้ำตาอย่าหลั่งให้กับความเสียใจเลย เก็บน้ำตาใว้ให้กับความสุขเถอะ..

 

...แหนะ ! กำลังเขียนบทความอยู่น้องมันก็มาหาเรื่องทะเลาะซะแล้ว ดูสิ มันซื้อลูกชิ้นกะโค้กมา

ก็ขอมัน"กินดู๊" แล้วก็กินเลย มันเลยด่า ขอรึยังกินหนะ(สงสัยไม่ได้ยิน) ก็บอกไป"ขอแล้ว"

 [[แตถ้ามันบอกว่าขอตอนไหน ก็ไม่ต้องไปบอกหรอกว่าก็ขอตอนนั้นไง ตอนหกโมงหนะ

เออ เจริญ ก็ขอใหม่เลย อย่าไปเถียง]]

แล้วมันก็เดินออกไปจากนั้นมันก็กลับมา "กินให้หมดด้วย"มันบอก 555 ง่ายนิดเดียว

edit @ 8 Jul 2008 17:45:54 by มนุษย์คนหนึ่ง

edit @ 8 Jul 2008 17:56:44 by มนุษย์คนหนึ่ง

edit @ 8 Jul 2008 18:13:31 by มนุษย์คนหนึ่ง

edit @ 8 Jul 2008 21:38:32 by มนุษย์คนหนึ่ง

your code here

มนุษย์คนหนึ่ง View my profile